Loading...
Loading...

25 สิงหาคม 2553

ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ หรอกนะอภิสิทธิ์น้อย ศิษย์ป๋าเปรม

ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ หรอกนะอภิสิทธิ์น้อย ศิษย์ป๋าเปรม

                   การที่จะไปขออะไรฟรีๆ ทุกวันนี้ไม่ต้องพูดกันเลย เพราะว่าการที่จะไปขออะไรนี้มันต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนกัน ดังเช่น การที่เราขอโดยสารรถผู้อื่นไปลงกลางทาง เรายังมีน้ำใจให้ค่าน้ำมันรถ แม้ว่าเขาจะไม่รับก็ตาม  นี่เป็นน้ำใจของคนไทย และการที่เราจะไปขอเมียให้ลูกเราก็ต้องมีเงินทองไปแลกเปลี่ยนนี้เป็นประเพณีที่สังคมไทยปฏิบัติกันมา
                   แต่ที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ ผมไม่ทราบว่าเป็นประเพณีของคนไทย หรือว่าเป็นประเพณีของอังกฤษกันแน่ที่ไปขอเขาแล้วแทนที่จะมีสิ่งตอบแทนตามที่ประเพณีไทยปฏิบัติกันมา หรือว่าเป็นเพราะไปเรียนอยู่อังกฤษนานจึงไม่รู้จักคำว่า ขอ หรือ ขอความร่วมมือ หรือขอกระชับพื้นที่หรือไม่นานมานี้ เมื่อเดือนเมษายน พฤษภาคม 2553  ที่คงคงจะจำกันได้แม่น
                   ที่ประเทศไทยไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายที่เรามีนายกรัฐมนตรีคนที่  27 ที่พี่น้องคนไทยฝากความหวังเอาไว้ แต่แล้วคนไทยแทบทั้งประเทศก็ต้องตะลึงเมื่อเห็นการบริหารประเทศไม่สมกับคนไทยส่วนหนึ่งคาดหวังได้ ก็คือการบริหารประเทศด้วยปาก หรือลมปากไปวันๆ
                   นายกรัฐมนตรีผู้นี้ คือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือผู้เขียนเคยไปปราศรัยใช้ชื่อว่า อภิสิทธิ์น้อย ศิษย์ป๋าเปรม เพราะยกยอปอปั้นกันเหลือเกิน คือ มีการยกยอปอปั้นกันก่อน ที่จะมาเป็นนายกด้วยซ้ำไป
                   คำว่า ไม่มีอะไรที่จะได้มาฟรีๆ   เป็นคำที่ผมผู้เขียน  มะกอกดำ  เมืองร้อยเอ็ด  ที่นำไปปราศรัยที่เวทีประสงค์ น่าจะเป็นวันที่  17 พฤษภาคม 2553
ที่ผมปราศรัยผมพูดบอกนายกรัฐมนตรี คือ อภิสิทธิ์น้อย ศิษย์ป๋าเปรม ว่าการที่จะขออะไรฟรีๆ นี้คงจะไม่ได้หรอก มันต้องมีของแลกเปลี่ยนกัน  ที่นายอภิสิทธิ์ ศิษย์ป๋าเปรม ได้ใช้คำพูดอันสวยหรูให้พี่น้องประชาชนฟังแล้วดูดี คือ กระชับพื้นที่ ขอพื้นที่แยกผ่านฟ้าคืน ผมบอกว่าที่ อภิสิทธิ์น้อย จะขอพื้นที่คืนนั้นประชาชนไม่ขัดข้อง แต่ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน ผมบอกว่า  ถ้าคุณอภิสิทธิ์ต้องการพื้นที่คืน ผมก็ขอให้คุณอภิสิทธิ์คืนอำนาจให้ประชาชนเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนกันทุกอย่างก็จบ คือ ให้คุณอภิสิทธิ์ ยุบสภา
คืนอำนาจให้ประชาชนทุกคนก็จะกลับบ้านโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทุกคนก็จะกลับบ้านไปรอใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งทุกอย่างก็จบ

                   แต่ทุกอย่างไม่เป็นอย่างนั้น ด้วยความฉลาดน้อยของนายอภิสิทธิ์ หรือมีอำนาจนอกระบบที่ทำให้อภิสิทธิ์เลือกเอาพื้นที่คืนโดยไม่มีของแลกเปลี่ยน คือไม่ยอมคืนอำนาจให้ประชาชน เท่านั้นยังไม่พอ เอาชีวิตของพี่น้องประชาชนไปอีก 91 ศพ บาดเจ็บอีกร่วม 2,000 คน นี้เป็นการตัดสินใจที่โง่ที่สุดในโลกหรือเปล่า เพราะว่ามีทางเลือกให้แค่สองทางเลือกเท่านั้น คือ
1.      คืนอำนาจให้ประชาชน (ยุบสภา)
2.      ปราบประชาชนด้วยกำลังทหาร
เพียงสองทางเลือกเท่านี้ นายกเมืองไทยก็เลือกไม่ถูก เลยตัดสินใจเลือก
ฆ่าประชาชนซึ่งเป็นคนไทยด้วยกัน แล้วอย่างนี้ยังมีหน้าหรือด้านพอที่จะบริหารประเทศไทยต่อไปอีกหรือ
                   ผม มะกอกดำ ในนามตัวแทนของประชาชนอีกคนหนึ่ง ขอถามนายอภิสิทธิ์ว่า ตอนที่นายอภิสิทธิ์ไปขอลูกสาวของพ่อตาแม่ยายมาเป็นเมีย คุณอภิสิทธิ์ก็ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยน คือ แหวน เพชร นิล จินดา หรือเงินทองไปแลกเปลี่ยนตามประเพณีของไทย ทำไมคุณอภิสิทธิ์ไปขอลูกสาวจากพ่อตาแม่ยายไม่เอาปืนหรือลากรถถังไปขอเหมือนกับที่คุณไปขอพื้นที่จากพี่น้องประชาชน จนมีคนบาดเจ็บ ล้มตายอย่างที่เขาเห็นกันทั่วโลก  ทั้งๆ ที่ประชาชนเหล่านั้น ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกยุบสภาตามกรอบของรัฐธรรมนูญ มาตรา 63  สิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน สงบ อหิงสา ปราศจากอาวุธ ที่จริงแล้วที่พี่น้องประชาชนออกมาเรียกร้องนั้น ตอนแรกพี่น้องประชาชนออกมาชุมนุมกันไม่กี่คน ไม่ต้องการที่จะปิดถนน แต่ด้วยว่าพี่น้องคนรักประชาธิปไตย มองเห็นพฤติกรรมรัฐบาลบริหารประเทศแบบสุขเอาเผากินและส่อไปในทางทุจริตหลายโครงการ และผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องก็ไม่สนใจและช่วยกันปกปิด เพิกเฉยไม่สนใจ  ความเรียกร้องของประชาชนหวังแต่เพียงมีอำนาจที่จะสร้างผลประโยชน์ให้กับพวกตนและผู้สนับสนุนรัฐบาล ทั้งๆที่ตัวเองและพวก  สมคบกับทหารบางกลุ่มมาจัดตั้งรัฐบาลอย่างไม่ถูกต้อง แล้วใส่ร้ายป้ายสีรัฐบาลที่เขามาอย่างถูกต้องแบบไม่มียางอาย เกิดมาผมไม่เคยเห็นรัฐบาลไหนที่แย่งชิงเขามาแล้ว แทนที่จะทำดีกว่าเขา แล้วมาเป็นปรปักษ์กับประชาชนในประเทศเหมือนกับรัฐบาลของอภิสิทธิ์น้อย ศิษย์ป๋าเปรม ที่ชอบของฟรี โดยไม่มีสิ่งแลกเปลี่ยน ถามด้วยฆ่าเจ้าของบ้านเขาอีก นี้เป็นกรรมของประเทศที่ได้เด็กไม่มีวุฒิภาวะมาบริหารประเทศ เพื่ออำนาจนอกระบบโดยแท้ เวรกรรมแท้ๆ ประเทศไทย
                                                          ***** มะกอกดำ เมืองร้อยเอ็ด *****
                                                      ฉบับหน้าเจอกันครับ......